A Blogger by Beamcool

บล็อค ที่รวบรวมเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับ การตลาด seo และ วิธีการ หาเงิน บน อินเตอร์เน็ต เทคนิคในการ ทำเงิน บน อินเตอร์เน็ต ( เราหมายถึงการ ทำเงิน บน อินเตอร์เน็ต จริง ๆ ที่ไม่ใช่การชวนเข้า mlm แต่อย่างใดครับ) รวมถึง บริการออนไลน์ ออฟไลน์ ต่าง ๆ ในเครือ Wittybuzz ไว้ด้วยกัน ใครที่เยี่ยมชมนี้ด้วย Internet Explorer แนะนำให้ดาวโหลด Firefox มาใช้จะดีกว่าครับ นอกจากลูกเล่นจะมีเยอะกว่า ยังมีเครื่องมือที่สนับสนุน SEO อีกด้วยครับ


การเลือกขายสินค้านั่น ถือได้ว่าเป็นประเด็นหลักๆ ที่อาจช่วยให้คุณหรือผมประสบความสำเร็จในการขายได้ ฉนั้นสิ่งสำคัญที่สุดที่คุณควรจะมีก็คือ “การเลือกสินค้ามาขายอย่างมีสติ” จากหลายเหตุการณ์ที่ผ่านๆ มานั้นเชื่อว่าหลายท่านอาจเคยอ่านบทความเก่าๆ ของผมเมื่อปี 2006 ที่ผ่านมาเกี่ยวกับกฏเกณฑ์การเลือกสินค้าเพื่อสร้างร้านค้าออนไลน์ aStore ที่เคยสร้างเงินให้กับผมอย่างมากมายในช่วงนั้น (ปัจจุบันก็ยังทำเงินนะครับ แต่อาจทำอันดับได้ยากกว่าอดีตมาก)

การเลือกสินค้าบางครั้งก็ต้องอาศัยกฏเกณฑ์ที่ซับซ้อนเช่นกัน แต่ในบางครั้งนั้นก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องเลือกสินค้าใดๆ เลยถ้าเราได้เลือกกลุ่มสินค้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหตุผลก็เพราะว่าเมื่อเราได้เลือกกลุ่มไปแล้วนั้นสินค้าภายในกลุ่ม จะขายได้อย่างแน่นอนโดยไม่มีเงื่อนไขเพราะความแคบของตัวเลือกนั้นมีการเฉพาะ เจาะจงมากขึ้น เช่นกลุ่มสินค้าประเภทเสื้อผ้า (คงไม่มีอย่างอื่นไปปนหรอกมังครับ เช่น ยารักษาโรค อะไรทำนองนี้)

ใน Amazon นั้นก็มีสินค้าอยู่มากมายก่ายกอง เป็นร้อยเป็นพันล้านรายการ คล้ายกับป่าอเมซอน ที่มีพืชหลากหลายชนิดนั่นแหละ แล้วก็ยังมีสิ่งที่อาจเป็นอันตรายด้วยเช่นกัน สินค้าบางตัวนั้นเป็นสินค้าที่ขายดีมากๆ แต่ว่าอาจไม่มีคนขายหรือเราค้นหาไม่พบ สินค้าเหล่านี้มักเป็นสินค้าที่ไม่ค่อยจะดังเพราะว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้กล่าว ถึง (จงค้นหามันให้เจอ) แล้วนำมาทำเป็นเงินให้กับเรา สินค้าลักษณะแบบนี้ผมเรียกว่า “สินค้าทำเงิน” พยายามอย่าสับสนระหว่างสินค้าขายดี กับ สินค้าทำเงินนะครับเพราะความเหมือนที่ว่านั้นต่างกัน

ก่อนการเริ่มต้นที่ดีเราต้องมองถึงความเป็นไปได้ในระยะยาวของเราเสียก่อน ครับว่า จะสามารถขายสินค้าเหล่านั้นได้นานตลอดทั้งปีหรือไม่อย่างไร หรือเราต้องแข่งขันกับใครบ้างในปัจจุบันและอนาคตอันไกล้นี้ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้มันเป็นผลสะท้อนที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาเพียงแค่ข้ามคืนเท่า นั้นเองครับ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ “จงมีสติให้รอบคอบก่อนการเลือกแนะนำสินค้าเสมอ” ไม่ใช่สับแต่ว่าพอเราเห็นว่าเขาขายสินค้าใดได้ดีเราก็อยากจะมีส่วนแบ่งกับ เขาบ้าง หรือไปขายแข่งกับเขาโดยที่ลืมมองที่ความสามารถในการแข่งขันของเราเช่น การขายกล้องดิจิตอล หรือ ทีวีต่างๆ ซึ่งแน่นอนครับว่าเราต้องแบกรับความยาวนานกว่าจะได้ขาจแจ๊คเสียบทีวีสักเส้น ที่อาจมีราคาเพียงแค่ $9 ให้เราได้เจ็บใจเล่นๆ ไปตลอดทั้งปีก็เป็นได้

ฉนั้นประเด็นสำคัญก็คือ ให้มองหาสินค้าที่อาจมีการแข่งขันที่น้อยเอามากๆ เพื่อนำมาทำตลาดและขายเพราะสินค้าเหล่านั้นจะเป็นสินค้าที่ทำเงินให้กับเรา ได้ตลอดปี และอาจจะตลอดไปด้วยถ้าคนอื่นไม่มาเจอกับสินค้าเดียวกับเราเสียก่อนนะครับ โดยทั่วไปแล้วอาจใช้เวลาสักระยะ และบางสินค้านั้นยาวนานจนเราอาจลืมไปแล้วว่าเรายังขายได้อยู่ทุกวัน เพราะสินค้าลักษณะนี้เป็นสินค้าที่ผมเองก็ทำอยู่ปัจจุบัน แต่การแข่งขันก็น้อยมากเช่นมีจำนวนการแข่งขันเพียงแค่ 7-10 เพจเท่านั้นเอง (อันนี้ยังไงก็ติดอันดับหน้าแรก ฮะๆๆๆๆ) แต่ก็ยังต้องแข่งอยู่ดีนะครับ เพียงแต่ว่ามันแข่งกันไม่รุนแรงมากเพียงแค่เราต้องให้ได้อันดับที่ 1-3 มาครองก็พอแล้ว

ผมมีวิธีในการเลือกสินค้าแบบง่ายๆ ดังนี้ครับ อันนี้เป็นวิธีการของผมซึ่งก็ใช้ได้ผลซะด้วยซิครับในปัจจุบัน นั่นก็คือ

  1. เลือกจากสินค้าที่อาจอยู่ลึกๆ ในหมวดหมู่นั้นๆ
  2. ตรวจดูการแข่งขันว่ามากน้อยแค่ไหนถ้าไม่เกิน 100-20,000 เพจผมเอามาขาย
  3. สินค้านั้นต้องราคาพอประมาณคืออยู่ที่ $25-$500 (ถ้าต่ำกว่านี้ หรือมากกว่านี้ไม่เอา)
  4. มีปริมาณการค้นหาอย่างน้อยวันละ 20-100 คน
  5. เป็นสินค้าที่นิยมในปัจจุบัน แต่คนไม่ขาย (อาจหายากหน่อยแต่มีแน่)
  6. เขียนบล็อกการตลาด พร้อมกับสร้างร้าน aStore เอาไว้ขายสินค้านั้นๆ ด้วย (ช่วยๆ กัน)
  7. กำหนดคำค้นหาให้ตรงจุด อาจต้องลองค้นๆ ดูหลายๆ วิธีการหน่อยแต่มีคำเด็ดๆ แน่

อันนี้ก็เป็นวิธีการต่างๆ ที่ผมใช้ในปัจจุบันนะครับและก็จะต้องมีการกำหนดว่าภายใน 2-3 สัปดาห์นั้นจะต้องขายสินค้าในกลุ่มนั้นๆ ได้ด้วยและต้องได้ตามเกณฑ์ที่ผมกำหนดเช่น 10 วันต้องผ่านที่ $100 หรือถ้าต่ำกว่านั้นก็ต้องมีแนวโน้มที่น่าสนใจจริงๆ โดยทั่วไปแล้วจะผ่านหมดเพราะการแข่งขันที่ต่ำและสินค้ามักเป็นที่นิยมแต่อาจ เป็นกลุ่มคนค้นหาในจำนวนที่น้อยกว่า เท่านั้นเองครับ ข้อสำคัญที่สุดให้หมั่นสังเกตุสิ่งที่ตนเองทำเสมอว่าผลไปในทิศทางใดบ้าง เพื่อจะได้ทำการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นนั่นเองครับ และถ้าท่านทำแบบนี้ผมเชื่อว่ายังไงก็ขายได้แต่จะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับ ตัวท่านเองที่เลือกคำค้นหาได้ถูกต้องตามลูกค้าต้องการหรือไม่เท่านั้นเอง.

ที่มา : เมกเมนนี่ดอทคอม

1 Comment:

  1. Blogger said...
    You might be eligible for a complimentary $1,000 Amazon Gift Card.

Post a Comment



Newer Post Older Post Home