
โลโก้ หรือ สัญลักษณ์ ที่ใช้สือความหมายและอาจบ่งบอกแทนการประกอบกิจการเพื่อง่ายในการจดจำกว่าการใช้ชื่อ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อภาพลักษณ์ของกิจการ หรือ บริษัทในการออกแบบ โลโก้ มีองค์ประกอบที่สำคัญ ดังต่อไปนี้
1. ชื่อ และ ลักษณะของกิจการ ส่วนใหญ่ในการประกอบกิจการอะไรก็แล้วแต่ต้องมีการใช้ชื่อเพื่อใช้เรียกในกิจการของตน ซึ่งอาจจะมีการใช้ให้ตรงกับลักษณะของกิจการที่เรากำลังจะทำอยู่ เช่น
1.1 สีลมค้าส่ง จะบ่งบอกถึงการประกอบกิจการค้าส่ง โดย ผู้ประกอบการหรือเจ้าของที่ชื่อ สีลม หรือเป็นชื่อของสถานที่ตั้งก็ได้
1.2 ฌ กาแฟโบราณ จะบ่งบอกถึงการประกอบกิจการร้านกาแฟ โดย ผู้ประกอบการหรือเจ้าของที่ชื่อ เฌอ หรือ
เป็น ความชอบพยัญชนะไทยตัว ฌ ก็ได้ชื่อที่ใช้ บางครั้งอาจจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับกิจการก็ได้ เพราะบางครั้งชื่อที่เราใช้อาจจะเป็นความชอบส่วนตัวของคำ , ความหมาย , ความประทับใจของชื่อ ก็ได้ แต่กลับกัน ถ้าชื่อดี ความหมายดีก็จะเป็นศรี ต่อการประกอบกิจการ ซึ่งในทางหลักของโหราพยากรณ์ผู้ประกอบกิจการที่มีความเชื่อในเรื่องนี้จะมีการตรวจสอบ ชื่อที่ใช้ต่อผู้มีความรู้ในทางหลักของโหราพยากรณ์ เพื่อให้ชื่อที่ใช้ส่งผลต่อกิจการในทาง บวกซึ่งจะควบคู่กับการเลือกใช้ สี อีกด้วย
2. รูปลักษณ์ ในการออกแบบโลโก้ มีส่วนสำคัญในการจดจำเป็นอย่างดีต่อชื่อที่ใช้เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ ไม่มีหลักตายตัวใดในการออกแบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เป็นเข้าของโลโก้ที่จะชื่อรูปลักษณ์ใดในการออกแบบ โลโก้ ซึ่งแบบที่ใช้เป็นอาจจะเป็น ตัวอักษร , วงกลม , วงรี ,สี่เหลี่ยม , สามเหลี่ยม , หกเหลี่ยม , แปดเหลี่ยม , สีเหลี่ยมหัวมน หรือ เป็นรูปคน สัตว์ สิ่งของ ก็ได้เพื่อช่วยให้ง่ายในการจดจำ
3. สี สีเป็นสิ่งที่สะท้อนในการมองให้เกิดการเร่งเร้าต่อสัญลักษณ์ที่่ใช้ซึ่งสีที่่เราใช้ยังมีอำนาจในการปลุกเร้า ให้เกิดความสนใจต่อการมองอีกด้วย และ ในทางหลักของโหราพยากรณ์ก็มีความเชื่อ ในเรื่องของสีเช่นกัน หรือ เรียกว่า สีถูกโฉลก ต่อสัญลักษณ์ และ กิจการ
สี ที่ใช้ในการออกแบบส่วนมากจะใช้ 1 - 3 สี แต่ส่วนมากแล้วนิยมใช้ไม่เกิน 2 สี ซึ่งแบ่งเป็น
สีร้อน กับ สีเย็น หรือ ให้เข้าใจง่ายก็คือ สีเข้ม กับ สีอ่อน
สีร้อน กับ สีเย็น เป็นสีที่มีพลังและอำนาจ ในการเกื้อกูล ซึ่งกันและกันในทางหลักของโหราพยากรณ์แต่ในการออกแบบจะคำนึงถึงสี สีร้อน กับ สีเย็น หรือ สีเข้ม และ สีอ่อนเพื่อให้งานที่ออกแบบนั้นดูมีเสน่ห์ ดึงดูดความสนใจกับผู้ที่มอง
ในทางกลับกัน ผู้ออกแบบ บางคนอาจใช้สีร้อนกับ สีร้อน หรือ สีเข้ม กับ สีเข้ม แต่แตกต่างกันที่โทนสีมาใช้ในการออกแบบในการออกแบบโลโก้ และ การเลือกใช้สี ให้เหมาะสมกันนั้นเราต้องคำนึงถึงการนำไปใช้ต่อในทางอื่นอีกด้วย เช่น การนำโลโก้ ไปใช้ในทางการพิมพ์งานต่างๆ ป้าย ,กระดาษแบบฟอร์ม , เสื้อผ้า , ภาชนะ , สติกเกอร์ ฯ เพื่อให้ง่ายต่อการพิมพ์และรวมถึงต้นทุนต่อการใช้สีที่พิมพ์อีกด้วย หลากหลายสีสัน ที่เป็นทั้ง สีร้อน กับ สีเย็น หรือ สีเข้ม กับ สีอ่อนให้เราเลือกใช้ให้เหมาะกับตราสัญลักษณ์ หรือ โลโก้ของเรา
นักออกแบบ อาจให้คุณเลือกสี จาก Pantone หรือ ตัวอย่างสี หรือ สีที่มีการพูดคุยกัน
และเมื่อออกแบบเสร็จแล้วจะมีการกำหนดค่าสีให้กับคุณอีกด้วย เพื่อนำไปใช้ในงานพิมพ์
เพื่อจะให้การพิมพ์สีของโลโก้นั้นออกมาเหมือนกันทุกครั้งอีกด้วย เช่น สีน้ำเงิน C 100 + M 80 , สีส้ม M
60 + Y 100 , สีฟ้า C 80 , สีเขียว C 80 , Y 100 เป็นต้น
ที่มา : โฮลิซอนคาเฟ่ดอทคอม
ระบบการจัดการเนื้อหา (Content Management Systems :CMS )นั้น นับได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยในการสร้างเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย จนเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นของฟรีหรือ open source อีกด้วย
1.Joomla เป็นที่นิยมและได้รางวัลชนะเลิศ CMS มาแล้ว มีความสามารถสูงในการจัดการเว็บไซต์ รองรับระบบ portals
2.XOOPS เป็นอีกสายพันธ์ที่พัฒนาต่อมาจาก phpNUKE รองรับระบบ blogs,pottals และอื่นๆอีกมากมาย
3.Drupal เป็นที่นิยมอย่างมากในขณะนี้ มี module และฟังก์ชันหลากหลายให้ใช้งาน ![]()
4.e107 ถูกออกแบบและพัฒนาโดย php+mySQL
5.Plone ติดตั้งง่าย ใช้งานคล่อง รองรับการทำงานเป็นกล่ม รวมไปถึง extranets และ intranets
6.Zope รองรับระบบ portals,intranets รวมไปถึงการออกแบบโปรแกรม
7.PHPnuke เป็น CMS ต้นฉบับดั้งเดิม ความสามารถหลากหลาย แต่ค่อนข้างล้าสมัย ใช้งานยากนิดหน่อย
8.Dotnetnuke พัฒนามาจาก PHPnuke เพื่อใช้ในรูปแบบ Microsoft .NET 
9.Typo3 มีความยืดหยุ่นสูง ฟังก์ชันและโมดูล หลากหลาย
10.PostNuke ระบบรักษาความปลอดภัยดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังมี CMS ให้เลือกใช้อีกมากมายขึ้นอยู่กับความต้องการ และรูปแบบของ web master นับได้ว่า CMS ได้มีส่วนในการปฏิวัติวงการอินเตอร์เน็ตได้มากทีเดียวครับ
ที่มา : สยามมันนี่ดอทเน็ต

ในปัจจุบัน Microblogging กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ที่ใช้ในการแชร์ข่าวหรือข้อมูลในบล๊อคของตนเอง และติดตามเรื่องคนอื่นๆได้อย่างรวดเร็ว เช่น Twitter หรือ NokNok ในบ้านเรา และนั่นเองเป็นสาเหตุที่ทำให้ยักษ์ใหญ่จอมกวาด เตรียมที่จะปล่อย Search Engine สำหรับ Microblogging ที่จะเรียงลำดับผลการค้นหาและรวมผลการค้นหาที่มาจาก Microblogging ทั้งหมดคล้ายกับ Google Search Blog นั่นเองครับ ส่วนรูปแบบหน้าตาก็จะคล้ายๆกับที่ twitter ใช้อยู่ซึ่งเป็นที่คุ้นเคยกันดี แต่ตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างปรับปรุงส่วนโปรแกรมรูปแบบของข้อความ ที่อยู่ใน Microblogging อย่างเช่น twitter เพื่อที่จะให้เชื่อมต่อกับ Twitter and microblogging platforms อื่นๆซึ่งถือได้ว่ามีสมาชิกและข้อมูลจำนวนมหาศาล ผลในการค้นหาจะมีทั้งความถี่ของการใช้ keywords ต่างๆและเหตุการณ์ต่างๆซึ่งต้องมีส่วนสัมพันธ์ให้มากที่สุด รวมทั้งการพัฒนาให้เป็น Multilanguage อีกด้วย คาดว่าคงจะคลอดเร็วๆนี้แน่นอน.
ที่มา : สยามมันนี่ดอทเน็ต

ห้อง Chat หรือสนทนาออนไลน์กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ Blog หรือ Website โดยเฉพาะที่กำลังฮิตมากๆอย่าง Cbox ซึ่งใช้งานง่าย และเร็ว แต่สามารถลงทะเบียนได้แค่ URL เดียวต่อหนึ่งสมาชิก สำหรับ TinyChat นั้นมีความสามารถและลูกเล่นเยอะกว่า มารถสร้างห้องสนทนากี่ห้องก็ได้ โดยไม่ต้องสมัครสมาชิก จากนั้นก็นำ Embed Code ไปติดตั้งใน Blog เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ส่วนความสามารถก็ถือได้ว่าสุดยอดคือ สมาชิกสามารถคุยและพูด สื่อสารกันได้ รวมทั้งเห็นหน้าตา ด้วย Video และ Frame rate ที่มีความละเอียดสูง ไม่แพ้ msn และ บรรดา Web Cam ทั้งหลายเช่น Tweet cam เลยทีเดียวที่สำคัญคือทุกอย่างฟรีครับ ลองใช้งานกันดูน่ะครับที่ tinychat.com
ที่มา : สยามมันนี่ดอทเน็ต

ขั้นตอนการสมัครเป็นตัวแทนโฆษณาก็ไม่ยากครับ เลือกตรงส่วน Publishers จากนั้น Click here to apply for a Commission Junction publisher account. ดังนี้
Step 1 เลือก ภาษา ประเทศ และก็สกุลเงินที่ต้องการให้แสดงผลใน CJ 
Step 2 ยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลง
กรอกรายละเอียดข้อมูลเว็บไซต์ ยกตัวอย่างในกรณีที่ไม่มี เว็บไซต์ 
กรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัว 
ขั้นตอนสุดท้ายใส่ข้อมูลที่จะรับเงิน
หลังจากกรอกข้อมูลครบถ้วนและกดปุ่ม Accept Terms แล้วให้รอรับการยืนยันการสมัครทาง Email ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ครับ
ที่มา : สยามมันนี่ดอทเน็ต
สำหรับใครที่สมัคร Amazon associates เรียบร้อยแล้วยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง? ก็ลองดูวิธีสร้าง link สำหรับเอาไปโปรโมท หรือ ทำการตลาดกับ Google Adwords นะครับ ส่วนใครภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง ก็รอฉบับไทยๆ ที่จะตามมากันต่อไป...หาเจอแล้วจะมาโพสอีกทีครับ
ที่มา : สยามมันนี่ดอทเน็ต

Amazon อเมซอนคือเว็บอะไร? อเมซอน เป็นเว็บไซต์ที่ที่โด่งดังและใหญ่มากติดอันดับต้นๆของเว็บไซต์โลกเลยทีเดียว (ถ้าจำไม่ผิด อยู่ประมาณอันดับที่ 27 ของโลกมั้ง) มีชื่อเสียงทางด้านขายหนังสือ ขาย DVD หนัง ดังนั้นคนทั่วโลกจะเป็นที่รู้จักกันดี ว่า เว็บอเมซอนขายหนังสือ แต่ปัจจุบัน อเมซอน ได้ขายของทุกอย่าง มีทุกหมวดหมู่ของสินค้า โอ้ช่างดีอะไรเช่นนี้…. นอกจากนั้นอเมซอนยังสามารถให้เรามีโอกาส สร้างรายได้ โดยการเป็นผู้แนะนำ (Affiliate) ให้ คนอื่นไห้เข้ามาซื้อสินค้าในเว็บอเมซอน และเมื่อมีคนมาซื้อสินค้าโดยผ่านการแนะนำมาจากเรา เราก็จะได้ผลตอบแทน (Commission) 4%-10% เนื่องจากว่าชื่อเสียงของอเมซอนโด่งดัง ดังนั้นการขายสินค้าของอเมซอนก็จะขายได้ง่าย เพราะว่ามีความน่าเชื่อถือสูง ช่างดีจริงๆเลย
สร้างรายได้ กับ อเมซอน
ประวัติความเป็นมา AMAZON
(www.amazon.com) เป็นร้านขายหนังสือออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก Amazon ได้กลายเป็นชื่อที่ทุกคนในวงการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์รู้จักกันเป็นอย่างดี Jeff Bezos ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารสูงสุดของบริษัทได้กลายเป็นแบบอย่างของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเอาดีในธุรกิจอินเตอร์เน็ต และจากการสำรวจของ Forbes ได้จัดอันดับให้ Jeff Bezos ติดอันดับคนที่รวยที่สุดในอเมริกาอันดับที่ 42 โดยมีทรัพย์สิน 4.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
Amazon เริ่มเปิดดำเนินการในเดือนกรกฎาคมปี 1995 โดยเริ่มจากการขายหนังสือผ่านทางอินเตอร์เน็ต ทันทีที่เปิดร้าน Amazon ประชา สัมพันธ์ตัวเองว่าเป็นร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีหนังสือให้เลือกซื้อได้ถึงกว่าล้านเล่ม การขายหนังสือผ่านอินเตอร์เน็ตทำให้ Amazon ไม่จำเป็นต้องลงทุนในเรื่องพนักงานขายและร้านค้า และสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วจนในเดือนเมษายนปี 2000 Amazon มีลูกค้ารวม 20 ล้านคนจากกว่า 160 ประเทศทั่วโลก
ต่อมา Amazon ได้เริ่มขยายตัวไปยังธุรกิจประเภทอื่น ๆ โดยเปิดขายสินค้าประเภทดนตรี: CD ในเดือนมิถุนายนปี 1998 เปิดขายวิดีโอและของขวัญในเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกัน ในปี 1999 Amazon ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วต่อไป โดยเปิดการประมูลสินค้าระหว่างบุคคล และให้ผู้ค้าปลีกรายย่อยสามารถมาตั้งร้านภายใน Amazon ได้โดยใช้ชื่อว่า zShops พร้อมกับเพิ่มสินค้าชนิดต่าง ๆ เข้าไปมากมาย จนปัจจุบัน Amazon ใช้สโลแกนว่า ™ ประเภทของสินค้าที่ Amazon ขายในปัจจุบันมีดังนี้ หนังสือ CD เพลง DVD วิดีโอ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ ของเล่น วิดีโอเกมส์ สินค้าสุขภาพและความงาม ศิลปะและของสะสม เครื่องครัว อุปกรณ์และเครื่องตกแต่งสวน เครื่องมือที่ใช้ในบ้าน และยังมีร้าน zShops ซึ่งมีผู้จำหน่ายรายย่อยเข้าร่วมจำนวนมากและมีสินค้าที่ขายอยู่อย่างหลากหลาย พร้อมกับส่วนการประมูลหรือ Auction ซึ่งทำให้บุคคลธรรมดาสามารถนำสิ่งของของตนไปประมูลขายหรือหาซื้อสินค้าจากผู้อื่นได้
บริษัทมีรายชื่อหนังสือ เพลง ดีวีดี วิดีโอเทป เครื่องใช้ไฟฟ้า ของเล่น เกมส์ และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขายรวมกันมากกว่า 1.8หมื่นล้านรายการ Amazon ยังขยายธุรกิจไปในต่างประเทศอีก 6 ประเทศ คือ อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น จีน แคนาดา
ในปี 1999 บริษัทมีลูกค้ามากกว่า 17 ล้านรายกระจายอยู่ในประเทศต่างๆ มากกว่า 150 ประเทศ และมีรายได้จากการประกอบธุรกิจถึง 1.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจาก 610 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ 148 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 1998และ 1997 ตามลำดับ
สินค้าของ Amazon ที่ มีการซื้อขายมาก ได้แก่ หนังสือ ซีดีเพลง ดีวีดี วิดีโอเทป เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องคอมพิวเตอร์ ตุ๊กตา ของเล่น ของที่ระลึก เครื่องแก้ว เครื่องประดับ และอื่นๆ
Organization Direction Development Vision
เป็นร้านค้าปลีกทางอินเตอร์เน็ต ที่ขายสินค้าทุกอย่าง ที่มีขายผ่านทางอินเตอร์เน็ต
Missionธุรกิจของเรา คือ ร้านค้าปลีกทางอินเตอร์เน็ต
ลูกค้าของเรา คือ ประชากรทั่วโลก (World’s population)
คุณค่าที่ให้กับลูกค้า คือ ให้บริการในการขายสินค้าได้รวดเร็วที่สุด ง่ายที่สุด
ธุรกิจของเราควรเป็นอย่างไร
เป็น ร้านปลีกทางอินเตอร์เน็ตแก่ประชากรทั่วโลก โดยเป็นผู้นำในร้านค้าปลีกทางอินเตอร์เน็ต และให้บริการในด้านการขายสินค้าได้รวดเร็วที่สุด ง่ายที่สุด
“วิสัยทัศน์ของเราคือการเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าที่จะเข้ามาหาและค้นพบทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาต้องการซื้อผ่านอินเตอร์เน็ต” ซึ่งเป็นคำกล่าว Joe Galli, COO ของ Amazon ได้ สรุปเอาแก่นของธุรกิจของ Amazon เอาไว้ได้เป็นอย่างดี ธุรกิจของ Amazon ไม่ใช่เป็นเพียงการค้าปลีกธรรมดาเท่านั้น แต่คือการอำนวยให้ผู้คนต่าง ๆ สามารถค้นหาสินค้าที่ต้องการได้ดีที่สุด ไม่ว่าสินค้านั้น Amazon จะขายเองหรือเป็นสินค้าของผู้ขายใน zShops หรือส่วนการประมูล เพราะในที่สุดแล้ว Amazon ย่อมสามารถสร้างรายได้ได้จากการขายในทุกประเภท ไม่ว่าจะในทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม
ขั้นตอนในการประกอบธุรกิจ
ลูกค้าสามารถใช้เว็บไซต์ของ Amazon ใน การสืบค้นรายชื่อสินค้า ราคา ผู้แต่ง สำนักพิมพ์ และข้อมูลอื่นๆ โดยยังไม่ต้องลงทะเบียนเป็นสมาชิก อย่างไรก็ตามลูกค้าอาจเลือกที่จะลงทะเบียนเป็นสมาชิกของ Amazon เลย เพื่อประโยชน์ต่างๆ เช่นการได้รับส่วนลดพิเศษ และได้รับข้อมูลหนังสือและสินค้าอื่นๆ ที่อยู่ในความสนใจ เป็นต้นขั้นตอนการซื้อหนังสือผ่าน Amazon มีดังต่อไปนี้
1. เมื่อลงทะเบียนเป็นสมาชิกของ Amazon แล้ว ลูกค้าสามารถสืบค้นสินค้าต่างๆ ตามที่ต้องการ
2. เมื่อ พบสินค้าที่ต้องการ ลูกค้าสามารถที่จะดูข้อมูลเบื้องต้นของสินค้า เช่น ผู้แต่ง ราคา สารบัญ คำนำ บทวิจารณ์ และสำนักพิมพ์ เป็นต้น
3. เมื่อลูกค้าตกลงใจที่จะซื้อสินค้าโดยการเลือกสินค้าใส่ตะกร้า (Add to Cart) ลูกค้าจะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว อย่างไรก็ตามลูกค้าที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิกอยู่แล้ว ไม่ต้องให้ข้อมูลในส่วนนี้เพิ่มเติมอีก
4. เมื่อได้ข้อมูลที่จำเป็นครบถ้วนแล้ว บริษัทจะแสดงราคารวมทั้งหมดซึ่งรวมค่าส่ง (Shipping and Handling) และภาษี (Tax) โดยลูกค้าที่อยู่ในต่างประเทศไม่ต้องเสียภาษี หลังจากนั้นลูกค้าจะต้องกรอกหมายเลขบัตรเครดิต
5. เมื่อ ลูกค้าชำระเงินเรียบร้อยแล้ว บริษัทจะแจ้งรหัสการสั่งสินค้าให้แก่ลูกค้า เพื่อใช้อ้างอิงในการติดตามความก้าวหน้าของการสั่งซื้อสินค้าและจัดส่ง สินค้า
6. เมื่อได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าแล้ว ข้อมูลคำสั่งซื้อดังกล่าวจะถูกส่งให้ศูนย์กระจายสินค้าของ Amazon ซึ่งจะเป็นผู้จัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้า โดยการจัดส่งสินค้าจะใช้บริการจากบริษัทขนส่งพัสดุต่างๆ เช่น บริษัท UPS และไปรษณีย์สหรัฐฯ เป็นต้น
7. ในกรณีที่ศูนย์กระจายสินค้าไม่มีสินค้าอยู่ในคลังสินค้า ข้อมูลการสั่งซื้อจะถูกส่งอย่างอัตโนมัติไปยังSupplierซึ่งเป็นบริษัทค้าส่งหนังสือรายใหญ่ เช่น InGram ให้จัดส่งสินค้าโดยตรงให้แก่ลูกค้า
Technology
Amazon ใช้เทคโนโลยีของ Oracle ทั้งโปรแกรมประยุกต์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำเว็บไซต์ (Web Application) ฐานข้อมูล (Database) การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource) และโปรแกรมบริหารระบบการเงิน (Finance) โดยมีขนาดของ database ใหญ่เป็นอันดับที่ หก ของโลก
สมัครอเมซอน คลิกที่นี่ https://affiliate-program.amazon.com
วิธี ที่จะทำให้คุณได้รับเงินค่า commission เร็วขึ้น จาก Amazon
ทราบกันดีว่าทุกท่านยังเลือกวิธีการให้ Amazon จ่ายเงินเป็น check อยู่..
แต่ผมได้ลองรับเงินอีกแบบหนึ่ง โดยเลือกแบบ Direct Deposit
วิธีนี้เราจะได้รับเงิน ภายใน 2-3 วัน ซึ่งรวดเร็วกว่า check มาก และเงินเราเข้าไป
รอในบัญชีธนาคารเลย.. ไม่ต้องรอ check ซึ่งใช้เวลาอย่างน้อยๆ 1 อาทิตย์ กว่า check จะมาถึงมือเรา
ที่มา : สยามมันนี่ดอทเน็ต